ตอนที่ ๑ อัศวิณีนักษัตร ทลิทโทฤกษ์

ตำนานดาวฤกษ์ทั้ง ๒๗ นักษัตร
ตอนที่ ๑ อัศวิณีนักษัตร ทลิทโทฤกษ์


ดาวหัวม้า กับตำนานชายหนุ่มผู้เรียนวิชาแปลงกาย


คนโบราณมองดวงดาวบนท้องฟ้าเป็นมากกว่าเครื่องบอกวันเวลา เพราะดาวฤกษ์แต่ละกลุ่มยังมีเรื่องราวที่สืบทอดกันมาในรูปของนิทาน โดยนำชีวิตของมนุษย์ เทวดา ฤาษี ยักษ์ และสัตว์ต่าง ๆ มาเชื่อมโยงกับรูปร่างของกลุ่มดาว พร้อมสอดแทรกคติเรื่องกรรมและผลแห่งการกระทำเอาไว้


ในทางโหราศาสตร์ไทย เราแบ่งนักษัตรฤกษ์ออกเป็น ๒๗ ฤกษ์ แต่ละฤกษ์มีระยะ ๑๓ องศา ๒๐ ลิปดา เมื่อนับรวมกันจึงครบ ๓๖๐ องศาของจักรราศี และยังจัดนักษัตรทั้ง ๒๗ เข้าสู่หมวดฤกษ์ใหญ่ ๙ ประเภท ตามหลักการจำแนกฤกษ์บน


สิ่งที่น่าสนใจคือ คนโบราณไม่ได้ตั้งชื่อดาวขึ้นมาตามรูปร่างที่มองเห็นเท่านั้น แต่ยังผูกเรื่องราวที่อธิบายว่าทำไมดาวกลุ่มนั้นจึงมีรูปเป็นม้า ลูกไก่ หัวกวาง ฉัตร คันธนู ครุฑ หรือปลาตะเพียน


นิทานบางเรื่องกล่าวถึงความกตัญญู ความเมตตา และความเพียรพยายาม ขณะที่บางเรื่องกล่าวถึงความโลภ ความโกรธ ความริษยา และกามตัณหา ซึ่งทำให้ตัวละครต้องประสบความทุกข์หรือความพินาศ


ตำนานชุดนี้ปรากฏในคัมภีร์โหราศาสตร์ไทยมาตรฐาน ภาคที่ ๓ ซึ่งหลวงวิศาลดรุณกร (อั้น สาริกบุตร) ได้สอบชำระและเรียบเรียงจากตำราโบราณที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์ใบลานอักษรขอม อันเป็นสมบัติของรองเสวกเอก พระเทวโลก (โนรี เศษโชติ) ผู้รับราชการในแผนกโหร กระทรวงวัง


เพจโปรแกรมโฮ๋ราสาด๗ จึงจะนำตำนานดาวฤกษ์ทั้ง ๒๗ นักษัตรมาเรียบเรียงใหม่ให้อ่านกันวันละหนึ่งเรื่อง ติดต่อกัน ๒๗ วัน โดยจะเล่าทั้งเรื่องราวในตำนาน ความหมายของชื่อดาว และประเภทฤกษ์ตามหลักโหราศาสตร์ไทย
เริ่มต้นกันที่นักษัตรฤกษ์ลำดับแรกของจักรราศี คือ อัศวิณีนักษัตร ซึ่งจัดอยู่ในหมวดทลิทโทฤกษ์
—

๑. อัศวิณีนักษัตร — ทลิทโทฤกษ์

ดาวหัวม้า : ความกตัญญู วิชาความรู้ และการเอาตัวรอด


ในอดีตกาล มีเศรษฐีผู้หนึ่งเคยมีทรัพย์สมบัติมากมายถึง ๘๐ โกฏิ แต่ภายหลังประสบความวิบัติ ทรัพย์สินที่เคยมีสูญสิ้นไปจนหมด ครอบครัวจึงตกอยู่ในความยากจน


เศรษฐีมีบุตรชายคนหนึ่ง เมื่อเติบโตขึ้นก็เห็นว่าหากตนไม่มีความรู้ความสามารถ คงยากที่จะฟื้นฟูฐานะของครอบครัวให้กลับมามั่งคั่งดังเดิมได้ จึงปรารถนาจะเดินทางไปศึกษาศิลปวิทยาที่เมืองตักศิลา
ชายหนุ่มขอเงินบิดา ๑,๐๐๐ ตำลึง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา แต่บิดามีเงินเหลืออยู่เพียง ๕๐๐ ตำลึง จึงต้องไปหยิบยืมจากผู้อื่นอีก ๕๐๐ ตำลึง แล้วมอบให้บุตรเดินทางไปเรียนตามความตั้งใจ


เมื่อไปถึงเมืองตักศิลา ชายหนุ่มฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์ทิศาปาโมกข์ และตั้งใจศึกษาวิชาต่าง ๆ จนเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะวิชาแปลงกาย ซึ่งทำให้สามารถเปลี่ยนรูปร่างของตนเองเป็นสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้ตามต้องการ


เมื่อเรียนสำเร็จ เขามอบเงิน ๑๐๐ ตำลึงเป็นค่าครู แล้วเดินทางกลับบ้าน


ระหว่างทางชายหนุ่มคิดว่า แม้ตนจะสำเร็จวิชามาแล้ว แต่หากกลับไปเป็นเพียงคนธรรมดาก็คงหาเงินทองจำนวนมากได้ยาก จึงคิดนำวิชาแปลงกายมาใช้หาเงินเพื่อช่วยเหลือบิดามารดา


เขาแปลงกายเป็นสัตว์รูปร่างงดงาม แล้วให้บิดานำไปขายแก่ผู้มีทรัพย์ เมื่อได้เงินมาแล้วก็อาศัยโอกาสคืนร่างเป็นมนุษย์และหลบหนีกลับบ้าน


พ่อลูกทำเช่นนี้อยู่หลายครั้ง จนสามารถรวบรวมทรัพย์สินและฟื้นฐานะของครอบครัวขึ้นมาได้
ต่อมาชายหนุ่มแปลงกายเป็นม้ามงคลที่มีรูปร่างสง่างาม แข็งแรง และมีลักษณะพิเศษกว่าม้าทั่วไป
บิดาจึงนำม้าไปถวายขายแก่พระราชา


เมื่อพระราชาทอดพระเนตรเห็นม้างามก็ทรงพอพระทัยมาก จึงพระราชทานเงินให้ถึง ๑,๐๐๐ ตำลึง และรับสั่งให้ดูแลม้าตัวนั้นเป็นอย่างดี


แต่คราวนี้ชายหนุ่มไม่สามารถหลบหนีออกจากพระราชวังได้โดยง่าย จึงต้องอยู่ในร่างม้าเป็นเวลานาน
ฝ่ายอาจารย์ผู้สอนวิชาแปลงกาย เมื่อทราบว่าศิษย์นำวิชาไปใช้ในลักษณะดังกล่าว ก็เกิดความไม่พอใจ อีกทั้งเกรงว่าหากศิษย์อยู่ในร่างสัตว์นานเกินไป วิชาที่เรียนมาจะเสื่อมสูญ


อาจารย์จึงแปลงกายเป็นโยคี เดินทางเข้าไปในพระราชวัง แล้วท้าพระราชาเล่นสกาพนันกัน
เมื่อโยคีเป็นฝ่ายชนะ ก็ทูลขอม้ามงคลตัวนั้นเป็นรางวัล


พระราชาทรงยินยอมมอบม้าให้


ครั้นได้ม้ามาแล้ว อาจารย์ก็ผูกไว้และใช้แซ่เฆี่ยนตี พร้อมกล่าวตำหนิที่ศิษย์นำวิชาความรู้ไปใช้หาเงินโดยไม่คำนึงถึงผลเสีย
ม้าถูกเฆี่ยนตีจนมีอาการอ่อนแรง อำมาตย์ผู้หนึ่งเห็นแล้วเกิดความสงสาร จึงขอให้โยคีปล่อยม้าไปกินน้ำ
เมื่อม้าได้โอกาสก็รีบกัดเชือกที่ผูกไว้ แล้วกระโจนลงน้ำ แปลงกายเป็นปลาตัวเล็กทันที
ฝ่ายอาจารย์รู้ทัน จึงแปลงกายเป็นปลาใหญ่ไล่จับ
ศิษย์แปลงเป็นจระเข้ อาจารย์แปลงเป็นมังกร ศิษย์จึงแปลงเป็นเขียดน้อย กระโดดเข้าไปซ่อนอยู่ในไหน้ำของคนที่กำลังตักน้ำไปถวายพระราชา


อาจารย์แปลงกายติดตามไปจนพบที่ซ่อน จึงกลับเป็นมนุษย์และบอกให้คนตักน้ำเทน้ำออกจากไห
ทันทีที่เขียดน้อยหลุดออกมา ก็แปลงเป็นนกพิราบบินหนีขึ้นไปบนท้องฟ้า
อาจารย์จึงแปลงเป็นเหยี่ยวบินไล่ตาม
นกพิราบบินหนีเข้าไปในพระราชวัง และเมื่อพบพระราชธิดาก็กลับคืนร่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม แล้วเข้าไปหาพระราชธิดา


อาจารย์ติดตามมาถึงพระราชวัง เมื่อเห็นว่าศิษย์สามารถคืนร่างเป็นมนุษย์ได้ และวิชาแปลงกายที่เรียนมายังไม่เสื่อมสูญ จึงเลิกติดตามและเดินทางกลับสำนักของตน
ภายหลังเทวดาได้นำเรื่องราวนี้มาผูกเป็นดาวอัศวิณี มีดาวสำคัญ ๒ ดวง รูปร่างคล้ายหัวม้า เพื่อเป็นเครื่องหมายระลึกถึงชายหนุ่มผู้ใช้วิชาแปลงกายช่วยเหลือครอบครัว

ความหมายทางโหราศาสตร์


อัศวิณีนักษัตรเป็นนักษัตรลำดับที่ ๑ ของจักรราศี เริ่มตั้งแต่ ๐ องศา ถึง ๑๓ องศา ๒๐ ลิปดา ในราศีเมษ และจัดอยู่ในหมวดทลิทโทฤกษ์


คำว่าทลิทโทมีความหมายเกี่ยวกับผู้ยากไร้ ผู้ขอ หรือผู้ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้อื่น ในการเลือกฤกษ์ยามจึงนิยมใช้กับกิจการที่ต้องการความเมตตา การร้องขอ การเจรจาเพื่อขอความช่วยเหลือ การสู่ขอ และการขอรับการอุปถัมภ์


เมื่อพิจารณาตำนานอัศวิณี จะเห็นว่าชีวิตของชายหนุ่มเริ่มต้นจากครอบครัวที่สูญเสียทรัพย์สมบัติ ต้องอาศัยเงินที่บิดาหยิบยืมจากผู้อื่นเพื่อไปศึกษาเล่าเรียน ก่อนใช้ความรู้ความสามารถหาเลี้ยงครอบครัวจนกลับมามั่งคั่งอีกครั้ง


แต่เขาก็ต้องเผชิญปัญหาเพราะวิชาที่ตนเองนำมาใช้ และต้องอาศัยไหวพริบในการเอาตัวรอดจากการไล่ติดตามของอาจารย์


เรื่องราวจึงสะท้อนลักษณะของผู้ที่เริ่มต้นชีวิตด้วยความยากลำบาก แต่มีความกตัญญู ใฝ่หาความรู้ มีความสามารถในการปรับตัว และพยายามหาหนทางเปลี่ยนแปลงฐานะของตนเอง
ส่วนคติธรรมของเรื่องนี้อยู่ที่การใช้ความรู้ให้เหมาะสม เพราะแม้บุคคลจะมีวิชาความสามารถมากเพียงใด หากนำไปใช้โดยไม่พิจารณาความถูกต้อง ก็อาจสร้างปัญหาให้ตนเองได้เช่นกัน
นี่จึงเป็นที่มาของตำนานดาวอัศวิณี ดาวหัวม้าแห่งทลิทโทฤกษ์ ซึ่งคนโบราณนำเรื่องราวของความกตัญญู ความเพียร และความสามารถในการเอาตัวรอด มาผูกไว้กับดวงดาวลำดับแรกของจักรราศี

ตอนต่อไป ๒. ภรณีนักษัตร — มหัทธโนฤกษ์ เรื่องของหญิงสาวผู้ถูกริษยาใส่ร้ายจนต้องพลัดพรากจากบุตร แต่ในที่สุดความจริงก็ปรากฏ และผลแห่งความดีนำชีวิตของนางกลับมาสู่ความสุข
ติดตามตำนานดาวฤกษ์ทั้ง ๒๗ นักษัตร วันละหนึ่งเรื่อง ได้ที่เพจโปรแกรมโฮ๋ราสาด๗
—

สนับสนุนโดย โปรแกรมโหราศาสตร์ชัดชัด และแอปโฮ๋ราสาด๗


โปรแกรมโหราศาสตร์ชัดชัด สำหรับคอมพิวเตอร์ Windows และ macOS
โปรแกรมสำหรับผู้ศึกษาและใช้งานโหราศาสตร์ไทย ช่วยผูกดวงกำเนิด ตรวจดวงจร คำนวณสมผุสดาว ดูตำแหน่งนักษัตรและฤกษ์ พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์นวางค์ ตรียางค์ ทักษา ตรีวัย มหาทักษา มุมดาว และปฏิทินดาว รวมไว้ในโปรแกรมเดียว
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาดวงชะตาอย่างเป็นระบบ และนักโหราศาสตร์ที่ต้องการเครื่องมือช่วยคำนวณและวิเคราะห์ดวงในงานประจำวัน
ดาวน์โหลดโปรแกรมไปทดลองใช้ได้ฟรี ๓ วัน
https://7horasad.com/hcc/


แอปโฮ๋ราสาด๗ ใช้งานได้ทั้งมือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์
เว็บแอปโหราศาสตร์ไทยที่รวมเลข ๗ ตัว ผังราศีจักร นวางค์ ตรียางค์ ทักษา ตรีวัย มหาทักษา และเครื่องมือพยากรณ์อีกมากมาย พร้อมระบบคำนวณตำแหน่งดาวด้วย Swiss Ephemeris
ผูกดวง บันทึกข้อมูลดวงชะตา และเปิดดูดวงที่บันทึกไว้ข้ามอุปกรณ์ได้ ไม่ต้องดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Play Store
สมัครทดลองใช้งานเต็มรูปแบบได้ฟรี ๓ วัน
https://horasad7.com/h/
ศึกษาตำนานดาวฤกษ์ให้เข้าใจ แล้วใช้โปรแกรมโหราศาสตร์ชัดชัดและแอปโฮ๋ราสาด๗ ช่วยคำนวณตำแหน่งดาวและฤกษ์ในดวงชะตาจริง
#ตำนานดาวฤกษ์ #อัศวิณีนักษัตร #ทลิทโทฤกษ์ #โหราศาสตร์ไทย #โปรแกรมโฮ๋ราสาด๗ #โหราศาสตร์ชัดชัด ดูน้อยลง